ข้อมูล - แผนที่ จังหวัดน่าน : ไทย ทู ทิ๊ป ดอท คอม 
  หน้าแรก  |   ข่าวสาร |   สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ |   ข้อมูล - แผนที่ |   ท่องเที่ยว 76 จังหวัด |   สถานที่พัก |  ร้านค้าออนไลน์ |  ร้านอาหาร |  รถเช่า |  เว็บเพื่อนบ้าน |  Site Map |  ติดต่อเรา |

::.ค้นหาข้อมูล
 
    Thai2trip.com     www

::.โรงแรม, ที่พัก
 โรงแรม - ภาคเหนือ
 โรงแรม - ภาคอีสาน
 โรงแรม - ภาคกลาง
 โรงแรม - ภาคตะวันออก
 โรงแรม - ภาคใต้


ข้อมูล - แผนที่
จังหวัด น่าน


 ตั้งเป็นหน้าแรก    พิมพ์ข้อความ   ส่งต่อให้เพื่อน 
แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์
แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง
 

น่านมีพื้นที่ ๑๑,๔๗๒,๐๗๖ ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ ๗ ล้านไร่เศษ อาณาเขตทิศเหนือ และทิศตะวันออก จดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทิศใต้จด จ.อุตรดิตถ์ ทิศตะวันตกจดจ.แพร่ พะเยา และเชียงราย ความที่เป็นเมืองชายแดน แห่งล้านนาตะวันออกอันอุดม ไปด้วยวัฒนธรรมที่หลอมรวม จากเทือกเขาสูงถึงพื้นราบ ทำให้เสน่ห์ของเมืองน่าน ยั่งยืนมาจนถึงทุกวันนี้ ประกอบกับลักษณะภูมิประเทศ ที่เป็นท้องทะเลแห่งขุนเขา อีกทั้งสายลมหนาว และสายหมอกที่พัดผ่าน ทุ่งข้าวสีเขียวฉ่ำฝน หรือ เหลืองทองพร้อม จะเก็บเกี่ยว ยังทำให้ผู้มาเยือน เก็บความประทับใจกลับไปด้วย ป้อมปราการธรรมชาติ ที่บดบังเมืองน่านจากคน ต่างถิ่นก็คือเทือกเขาผีปันน้ำ และหลวงพระบาง พื้นที่ป่าของเมืองน่าน มีประมาณ ๕ ล้านไร่ เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่ ทั้งจังหวัด ประมาณ ๗ ล้านไร่ ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก ชาวบ้านเชื่อว่า มนุษย์เป็นส่วนหนึ่ง ของธรรมชาติจึงไม่สามารถ ฝืนกฎของธรรมชาติได้ พวกเขาจะไม่ตัดไม้ หรือถางป่าทำไร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ แต่จะเขาดูแลรักษาภูเขา และป่าไม้ด้วยความเคารพ ชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น ขมุ ลัวะ และเมี่ยน เชื่อว่ามีดวงวิญญาณที่รักษาป่า

พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำของ จ.น่านมีเพียง ร้อยละ ๑๔ เท่านั้น จะกระจัดกระจายอยู่ตาม หุบเขาในอำเภอต่างๆ ชุมชนตามที่ราบลุ่มเหล่านี้ จะใช้ระบบการทดน้ำท้องถิ่น ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ในการจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อการเกษตร ทุกปี เครือข่ายชุมชนที่ใช้ระบบ การประปาร่วมกัน โดยเฉพาะ ไทลื้อ ลาวพวน จะร่วมกันจัดงานสักการะดวงวิญญาณ ที่เฝ้าดูแลรักษาป่า

แม่น้ำที่เป็นเสมือนเส้นเลือดของชาวน่าน คือ แม่น้ำน่าน มีต้นกำเนิดจาก ดอยขุนน้ำน่าน ต.ขุนน่าน อ.บ่อเกลือ ซึ่งจะไหลขึ้นเหนือไปทาง อ.ทุ่งช้าง ก่อนจะไหลลงใต้ ไปยังอำเภอปัว, ท่าวังผา, เมืองน่าน, เวียงสา หลังจากนั้น จะไหลลงไปยังจังหวัดอื่น คือ อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และ พิจิตร จึงไปรวมกับแม่น้ำยม ที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ และแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ปากน้ำโพ นครสวรรค์ ร้อยละ ๔๐ ของลำน้ำน่านนั้นหล่อเลี้ยง ลำน้ำเจ้าพระยา ความเกี่ยวดองกัน ด้วยศรัทธาในพุทธศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความหวงแหนใน ทรัพยากรธรรมชาติที่มีร่วมกัน ทำให้ชาวน่านมีเครือข่ายชุมชน ที่เข้มแข็งเรียนรู้ที่จะอยู่กับ ความเปลี่ยนแปลง แต่ยังคงตระหนักถึงความ เป็นตัวเองอยู่เสมอ อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ประวัติศาสตร์เมืองน่าน
หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่พบในบริเวณจ.น่าน เช่น เครื่องมือหิน กลองสัมฤทธิ์ ที่ใช้ประกอบพิธีศพสำหรับ ชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเครื่องยืนยันว่า ดินแดนนี้มีมนุษย์มาตั้งถิ่นฐาน ตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ ในช่วงปลายพุทธศตวรรษที่ ๑๘ ขุนน่าน และขุนฟอง ได้นำผู้คนอพยพจากตอนบน ของแม่น้ำโขง มาตั้งถิ่นฐาน ยังที่ราบลุ่มตอนบน ของแม่น้ำน่าน ใกล้กับเทือกเขาดอยภูคา และในปี พ.ศ.๑๙๐๒ เจ้าพระยาการเมือง ย้ายเมืองไปยังเวียงภูเพียงแช่แห้ง ฝั่งตะวันออก ของแม่น้ำน่าน ซึ่งไม่ได้ใหญ่กว่า หรืออุดมสมบูรณ์กว่า เมืองปัวแต่ใกล้กับ เมืองสุโขทัยมากขึ้น ในปี พ.ศ.๑๙๑๑ เจ้าพระยาผากอง บุตรของเจ้าพระยาการเมือง ได้ย้ายเมือง มายังฝั่งตะวันตก ของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นเมืองน่านในปัจจุบัน ตามศิลาจารึกหลักที่ ๔๕ และ ๔๖ ในปี พ.ศ.๑๙๓๕ ปู่พระยา (เจ้าพระยาผากอง) และพระราชนัดดา (พระมหาธรรมราชาที่ ๒ แห่งสุโขทัย) ได้ให้คำสาบาน ที่จะช่วยเหลือกัน และกันในยามสงคราม ความสัมพันธ์ระหว่างน่าน และ สุโขทัยได้ดำเนินมา จนกระทั่งสุโขทัย ผนวกเข้ากับอยุธยา ในปี พ.ศ.๑๙๘๑ เมืองน่าน มีความสัมพันธ์ติดต่อค้าขาย กับนครรัฐเล็กๆ รอบบ้าน เช่น หลวงพระบาง ล้านช้าง และสิบสองปันนา รัฐเหล่านี้มีความร่วมมือ ทางการเมืองอย่างเข้มแข็ง ทำการค้าขายกันตามเส้นทาง แม่น้ำโขง ด้วยคาราวานเกวียน ก่อนหน้าที่น่าน จะถูกผนวก เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ ล้านนาทั้งสองดินแดน มีความสัมพันธ์กัน ผ่านการค้าวัวต่าง และเมื่อเชียงใหม่ตกเป็น ประเทศราช ของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง แห่งพม่า ในระหว่างปี พ.ศ.๒๐๙๖-๒๑๐๑ เจ้าพระยาพลเทพฤาชัย เจ้าเมืองน่าน ได้หลบหนีไปยังเมือง หลวงพระบาง และน่านตกอยู่ภายใต้การ ปกครองของพม่าจนกระทั่งสิ้นกรุงศรีอยุธยา ในปี พ.ศ.๒๓๑๐ ระหว่างปี พ.ศ.๒๑๐๑-๒๓๑๗ น่าน พยายามต่อสู้เพื่ออิสรภาพ จากพม่าหลายครั้ง ในปี พ.ศ.๒๒๔๖ ถือว่าเป็นช่วง เวลาทุกข์เข็ญ ผู้คนต้องหลบหนีสงคราม เข้าป่า บางคนถูกจับเป็นเชลยในพม่า ทั้งเมืองและวัดถูกเผาทำลายลง

ในปี พ.ศ.๒๓๓๑ เจ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าหลวงเมืองน่าน หันมาสวามิภักดิ์กรุงเทพฯ (ตรงกับสมัยรัชกาลที่ ๑) เมื่อ พ.ศ.๒๓๓๓ น่านเริ่มนโยบาย "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" มีการอพยพชาวไทลื้อ จำนวนมากกลับสู่เมืองน่าน

ในสมัยรัชกาลที่ ๕ กรุงเทพฯ ถูกคุกคามจากลัทธิล่าอาณานิคม ของอังกฤษ และฝรั่งเศส ได้ก่อให้เกิดการปฏิรูป การปกครองหัวเมืองล้านนา เพื่อรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๓๕ รัฐบาลกลางกรุงเทพฯ ได้แต่งตั้งข้าหลวงเข้ามาแทน คณะขุนนางผู้ช่วย เจ้าผู้ครองนคร ในการบริหารกิจการบ้านเมือง

หลังจากเหตุการณ์ ร.ศ.๑๑๒ (พ.ศ.๒๔๓๖) ไทยต้องยอมเสียดินแดน ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง แก่ฝรั่งเศส เมืองน่าน จึงเพิ่มความสำคัญ มากขึ้นในฐานะ เมืองหน้าด่านติดกับเมืองหลวงพระบาง ในลาวซึ่งเป็นของฝรั่งเศส ความสัมพันธ์ระหว่าง เจ้าเมืองน่านกับกรุงเทพฯ ดำเนินไปด้วยดี รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เป็นพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช เพื่อตอบแทนคุณ งามความดีที่น่านช่วยกรุงเทพฯ ในสงคราม ปราบกบฏที่เชียงตุง นครเมืองน่านกลายเป็น จังหวัดหนึ่งของประเทศไทย อย่างสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ ๗ หลังจากเจ้ามหาพรหมสุรธาดาเจ้าเมืองน่าน องค์สุดท้ายถึงแก่กรรมในปี พ.ศ.๒๔๗๔ จึงยกเลิกระบบการปกครอง โดยเจ้าผู้ครองนครนับแต่นั้นเป็นต้นมา

น่าน มีจำนวนประชากร ๕๑๔,๖๘๘ คน ประกอบด้วยหลายชนเผ่า ได้แก่
ไทยวน เป็นคนกลุ่มใหญ่ของเมืองน่าน ตั้งบ้านเรือนบนที่ราบลุ่ม ริมแม่น้ำน่าน ประกอบอาชีพเกษตรกรรม นักวิชาการบางท่าน สันนิษฐานว่า เป็นบรรพบุรุษ ของคนเมืองน่าน ที่อพยพมาจากล้านช้างฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง

ไทลื้อ มีถิ่นฐานเดิมอยู่บริเวณ ชายแดนพื้นที่รอยต่อ ระหว่างสิบสองปันนาเชียงตุง ลาว และล้านนา อพยพเข้ามาใน ประเทศไทยหลายครั้ง ทั้งจากเหตุผลทางการดำรงชีพ การถูกกดขี่จากจีน และพม่า หรือหนีภัยสงคราม ช่วงเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในจีน บ้างก็อพยพตามสายเครือญาติ และการค้าขาย วัฒนธรรมไทลื้อกับไทยวน มีความคล้ายคลึงกันทั้งภาษา ศาสนา การแต่งกาย อาหาร งานหัตถกรรม โดยเฉพาะวิถีการผลิตแบบ "เอ็ดนาเมืองลุ่ม" หรือทำนาดำ เอกลักษ์ทางวัฒนธรรม ของชาวไทลื้อ คือ ผ้าทอลายน้ำไหลและลายลื้อ โดยใช้เทคนิควิธีที่เรียกว่า "เกา" หรือ "ล้วง"

ลัวะ/ถิ่น เป็นกลุ่มที่ตั้งถิ่นฐานมาดั้งเดิม รวมทั้งที่อพยพมาจาก เมืองไชยบุรี สปป.ลาว ส่วนคำว่า "ถิ่น" เป็นชื่อที่ทางการไทยเรียกกลุ่มชน ดั้งเดิมกลุ่มนี้ใน จ.น่าน ลัวะมักตั้งบ้านเรือน บนพื้นที่สูงระหว่าง ๒,๕๐๐-๓,๐๐๐ ฟุต จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณลำน้ำสาขาแม่น้ำน่าน เช่น น้ำวาง น้ำว้า และน้ำมาง ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวไร่ และหาของป่า มีฝีมือในการจักสานหญ้าสามเหลี่ยม เป็นภาชนะต่างๆ หลายๆ หมู่บ้านยังคงความเชื่อดั้งเดิม ที่ผีสัมพันธ์กับธรรมชาติ เช่น ผีป่า ผีน้ำ ผีไร่ และผีบรรพบุรุษ งานพิธีใหญ่ที่สุด ในรอบปีได้แก่ พิธี "โสลด" (อ่าน สะโหลด) หรือพิธี "กิ๋นดอกแดง" เพื่อเฉลิมฉลองผลผลิต และเพื่อเตรียมต้อนรับฤดูการผลิตใหม่ ปัจจุบัน ลัวะตั้งถิ่นฐานมากที่สุดใน อ.เฉลิมพระเกียรติ รองลงมาคือ ที่อำเภอบ่อเกลือ ปัว ทุ่งช้าง และเชียงกลาง

ขมุ สันนิษฐานว่า ตั้งถิ่นฐานอยู่ตาม หมู่บ้านชายแดน เมืองน่านและลาว เมื่อประมาณเกือบ ๒๐๐ ปีก่อน สันนิษฐานว่าใน ปี พ.ศ.๒๓๗๓ ขมุถูกกวาดต้อน เพื่อเป็นกำลังในการสร้าง กำแพงเมืองเก่าน่าน เจมส์ เอฟ แม็คคาธีร์ได้สำรวจ เพื่อทำแผนที่ทางภาคเหนือช่วง ปี พ.ศ.๒๔๓๓-๒๔๓๖ กล่าวถึงขมุตามชายแดน เมืองน่านว่ามี ๒ กลุ่ม คือ ขมุ (ลาว เรียกว่า ข่า) หรือ "ข่าลาว" อยู่ใต้อำนาจหลวงพระบาง และขมุที่อยู่ใต้อำนาจของน่าน เรียก "ข่าแคว้น" ชาวขมุได้ชื่อว่า มีฝีมือในการตีเหล็ก เพื่อเป็นเครื่องมือ เช่น มีด ดาบ จอบ เสียม

ม้ง (แม้ว) ตำนานของชนเผ่ากล่าวว่า อพยพมาจากที่ราบสูงทิเบต ไซบีเรีย และมองโกเลียสู่ประเทศจีน ลาว และไทย เชื่อว่าม้งอพยพมาเมืองน่านราว พ.ศ.๒๔๓๓-๒๔๔๒ มีความสามารถในด้านการค้า เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น ลิ้นจี่ ลำไย และทำเครื่องเงิน ชาวม้งมีความเชื่อว่าโลหะเงิน เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง และมงคลแก่ชีวิต

เย้า (เมี่ยน) ถิ่นเดิมอยู่แถบมณฑลยูนนาน ฮุนหนำ กวางสี กวางเจา และทางตะวันออก ของประเทศจีน ตั้งบ้านเรือน อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า ๑,๐๐๐ เมตร วัฒนธรรมของเมี่ยน จึงได้รับอิทธิพลจากจีน เช่น ภาษา การสืบสกุลทางฝ่ายสามี การใช้แซ่ ประเพณีปีใหม่ (ตรงกับเทศกาลตรุษจีน) สาวเมี่ยนมีฝีมือในการปักผ้า ปัจจุบันมีเมี่ยนอยู่มากที่สุดที่ อ.เมือง

มลาบรี (ผีตองเหลือง) สันนิษฐานว่า เป็นเผ่าผสมชนชาติละว้า ที่หนีร่นกลุ่มชนไทไปอยู่ตามป่าเขา ในแขวงไชยบุรี สปป.ลาว เมื่อประมาณ ๘๐๐ กว่าปีมาแล้ว เดิมดำรงชีพด้วย การเก็บของป่าล่าสัตว์ ไม่ตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่ง สร้างเพียงเพิงมุงใบตอง และจะย้ายถิ่นเมื่อใบตอง เริ่มแห้งคือเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ปัจจุบัน มลาบรีตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ อ.เวียงสา วัฒนธรรมถูกกลืนกลายไปหมดแล้ว

การเดินทาง
รถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒ มาจนถึง จ.นครสวรรค์ จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗ มาจนถึง จ.พิษณุโลก และใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑ โดยจะผ่าน จ.อุตรดิตถ์ และ อ.เด่นชัย (จ.แพร่) จากเด่นชัย ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๐๑ ผ่าน จ.แพร่ ไปจนถึงตัว จ.น่าน รวมระยะทางประมาณ ๖๖๘ กิโลเมตร
รถโดยสารประจำทาง สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร ๒ (หมอชิต ๒) มีรถโดยสารประจำทาง ทั้งรถโดยสารธรรมดา และรถโดยสารปรับอากาศไป จ.น่านทุกวัน ติดต่อ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๘๕๒-๖๖ www.transport.co.th และมีบริษัทเอกชนหลายแห่ง ที่บริการเดินรถไป จ.น่าน ติดต่อ แพร่ทัวร์ โทร. ๐ ๒๒๔๕ ๒๓๖๙, ๐ ๒๒๔๕ ๑๖๙๗ และ ๐ ๒๙๓๖ ๓๗๒๐ สมบัติทัวร์ โทร. ๐ ๒๙๓๖ ๒๔๙๕-๖ และ ๐ ๕๔๗๑ ๐๑๒๒ เชิดชัย ทัวร์ โทร. ๐ ๕๔๗๑ ๐๓๖๒, ๐ ๒๙๓๖ ๐๑๙๙
รถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) ไปลงที่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ แล้วจึงต่อรถโดยสารประจำทาง มาที่ จ.น่าน ระยะทาง ๑๔๒ กิโลเมตร รายละเอียด ติดต่อหน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๑๐, ๐ ๒๒๒๓ ๗๐๒๐, ๑๖๙๐ www.railway.co.th
เครื่องบิน บริษัท แอร์อันดามัน บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-แพร่-น่าน สำรองที่นั่ง โทร. ๐ ๒๒๒๙ ๙๕๐๐ www.airandamaon.com

ระยะทางจากตัวเมืองไปยังอำเภอและกิ่งอำเภอต่างๆ
อ.เวียงสา ๒๕ กิโลเมตร
อ.สันติสุข ๓๓ กิโลเมตร
อ.แม่จริม ๓๙ กิโลเมตร
อ.ท่าวังผา ๔๒ กิโลเมตร
อ.บ้านหลวง ๔๕ กิโลเมตร
อ.นาน้อย ๖๐ กิโลเมตร
อ.ปัว ๖๐ กิโลเมตร
อ.สองแคว ๗๗ กิโลเมตร
อ.เชียงกลาง ๗๘ กิโลเมตร
อ.นาหมื่น ๘๐ กิโลเมตร
อ.ทุ่งช้าง ๙๓ กิโลเมตร
อ.บ่อเกลือ ๑๐๘ กิโลเมตร
อ.เฉลิมพระเกียรติ ๑๓๕ กิโลเมตร



กรุงเทพฯ
กระบี่
กาญจนบุรี
กาฬสินธุ์
กำแพงเพชร
ขอนแก่น
จันทบุรี
ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี
ชัยนาท
ชัยภูมิ
ชุมพร
เชียงราย
เชียงใหม่
ตรัง
ตราด
ตาก
นครนายก
นครปฐม
นครพนม
นครราชสีมา
นครศรีธรรมราช
นครสวรรค์
นนทบุรี
นราธิวาส
น่าน
บุรีรัมย์
ปทุมธานี
ประจวบคีรีขันธ์
ปราจีนบุรี
ปัตตานี
พระนครศรีอยุธยา
พะเยา
พังงา
พัทลุง
พิจิตร
พิษณุโลก
เพชรบุรี
เพชรบูรณ์
แพร่
ภูเก็ต
มหาสารคาม
มุกดาหาร
แม่ฮ่องสอน
ยโสธร
ยะลา
ร้อยเอ็ด
ระนอง
ระยอง
ราชบุรี
ลพบุรี
ลำปาง
ลำพูน
เลย
ศรีสะเกษ
สกลนคร
สงขลา
สตูล
สมุทรปราการ
สมุทรสงคราม
สมุทรสาคร
สระแก้ว
สระบุรี
สิงห์บุรี
สุโขทัย
สุพรรณบุรี
สุราษฎร์ธานี
สุรินทร์
หนองคาย
หนองบัวลำภู
อ่างทอง
อำนาจเจริญ
อุดรธานี
อุตรดิตถ์
อุทัยธานี
อุบลราชธานี


   ภูเขา | ทะเล | น้ำตก | อื่นๆ | ทั้งหมด
::. สถานที่แนะนำจังหวัด น่าน

อุทยานแห่งชาติแม่จริม ( ล่องแก่งลำน้ำว้า)

อุทยานแห่งชาติขุนน่าน

บ่อเกลือสินเธาว์

ตลาดชายแดนบ้านห้วยโก๋น

อนุสรณ์สถานยุทธภูมิบ้านห้วยโก๋นเก่า

สถานที่น่าสนในบริเวณบ้านมณีพฤกษ์

อนุสาวรีย์วีรกรรม พลเรือน ตำรวจ ทหาร และ พิพิธภัณฑ์ทหารทุ่งช้าง

วัดหนองแดง

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา

วัดต้นแหลง (วัดโบราณไทยล้านนา)

วัดพระธาตุเบ็งสกัด

ต้นดิ๊กเดียม วัดบ้านปรางค์ ตำบลปัว
ดูทั้งหมด  

เมนูหลัก หน้าแรก, ข่าวสาร, สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ, ข้อมูล - แผนที่ , ท่องเที่ยว 76 จังหวัด, สถานที่พัก, ร้านค้า ออนไลน์, รถเช่า, เว็บเพื่อนบ้าน, Site Map
เมนูเด่น Hot Gallery, Webboard,
โรงแรม, ที่พัก โรงแรม - ภาคเหนือ, โรงแรม - ภาคอีสาน, โรงแรม - ภาคกลาง, โรงแรม - ภาคตะวันออก, โรงแรม - ภาคใต้, แนะนำโรงแรม - ที่พัก
เมนูย่อย แลกลิงค์, แนะนำร้านอาหาร, แนะนำรถตู้ - รถเช่า
ท่องเที่ยว 5 ภาค ภาคเหนือ, ภาคอีสาน, ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคใต้
ไลฟ์สไตล์ เที่ยวภูเขา, เที่ยวน้ำตก, เที่ยวทะเล - เกาะ
ผู้สนับสนุน [ ติดต่อลงโฆษนา ]
  
ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช
กรมศิลปากร และ จากสถานที่ท่องเที่ยวของภาคเอกชน ที่เอื้อเฟื้อข้อมูล,แผนที่ และ ภาพ

Copyright (c) 2008 Thai2trip.com. All rights reserved.